การสูญเสียฟันแท้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่เรื่องของความสวยงามหรือความมั่นใจเวลาพูดคุยเท่านั้น แต่ปัญหาร้ายแรงที่ตามมาและบั่นทอนคุณภาพชีวิตในทุก ๆ วันคือ ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารที่ลดลง การหลีกเลี่ยงไม่รับประทานของเหนียว ของแข็ง หรือผักผลไม้ที่มีกากใยสูง นำไปสู่การได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนและปัญหาในระบบย่อยอาหาร ในยุคที่เทคโนโลยีทันตกรรมก้าวล้ำไปไกล การรักษาด้วยการทำ รากฟันเทียม ได้กลายเป็นมาตรฐานสากลที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ผู้ที่สูญเสียฟันสามารถกลับมามีความสุขกับการรับประทานอาหารโปรดได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
เหตุผลสำคัญที่ทำให้การทำ รากฟันเทียม สามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้ดีกว่าฟันปลอมรูปแบบเดิม ๆ เกิดจากโครงสร้างที่เลียนแบบฟันธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์
ตัว รากฟันเทียม ผลิตจากวัสดุไทเทเนียมซึ่งเป็นโลหะที่ร่างกายมนุษย์ยอมรับและไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน เมื่อทันตแพทย์ฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรอย่างถูกวิธี เนื้อเยื่อกระดูกจะค่อย ๆ เจริญเติบโตเข้ามาเกาะติดกับผิวของไทเทเนียมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน (Osseointegration) กระบวนการนี้ทำให้รากเทียมมีความมั่นคงสูงมาก สามารถทำหน้าที่เป็นฐานที่แข็งแรงในการรองรับครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม โดยไม่มีการขยับ เลื่อนหลุด หรือสร้างความเจ็บปวดขณะเคี้ยวอาหารเหมือนฟันปลอมถอดได้ทั่วไป
สำหรับผู้ที่เปลี่ยนจากการใช้ฟันปลอมฐานพลาสติกหรือผู้ที่ปล่อยให้ฟันหลอมาเป็นเวลานาน การบูรณะฟันด้วย รากฟันเทียม จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากแรงบดเคี้ยวของรากเทียมมีความใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติสูงถึงร้อยละ 90 ผู้รับบริการจึงสามารถกลับมารับประทานอาหารที่เคยเป็นอุปสรรคได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีความเหนียว ผลไม้เนื้อกรอบอย่างแอปเปิ้ล หรือถั่วชนิดต่าง ๆ การไม่ต้องคอยกังวลว่าฟันปลอมจะหลุดหรือเศษอาหารจะเข้าไปติดใต้ฐานฟันปลอม ช่วยเพิ่มอรรถรสและทำให้มื้ออาหารในแต่ละวันกลับมาเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอีกครั้ง นอกจากนี้การบดเคี้ยวอาหารได้อย่างละเอียดขึ้นยังช่วยลดภาระการทำงานของกระเพาะอาหารและระบบย่อยอาหารโดยรวม
นอกเหนือจากการบดเคี้ยวที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว การฝัง รากฟันเทียม ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษากระดูกขากรรไกรไม่ให้ละลายตัว
เมื่อเราสูญเสียฟันแท้ไปและไม่มีรากฟันคอยกระตุ้น กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ละลายและยุบตัวลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ใบหน้าดูตอบและดูแก่กว่าวัย การฝังรากเทียมไทเทเนียมจะช่วยส่งผ่านแรงบดเคี้ยวลงสู่กระดูกขากรรไกรอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายคงมวลกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้นไว้ โครงสร้างใบหน้าจึงยังคงความสมบูรณ์และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
การรักษาด้วย รากฟันเทียม จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติมเต็มช่องว่างในช่องปากเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการลงทุนเพื่อส่งคืนฟังก์ชันการเคี้ยวอาหารที่สมบูรณ์แบบและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เพื่อผลการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกขากรรไกรอย่างละเอียดผ่านการถ่ายภาพรังสีสามมิติ (CT Scan) และวางแผนการรักษาร่วมกับทันตแพทย์เฉพาะทางในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานโอนามิ